จดแจ้ง อย. เครื่องสำอาง ต้องเตรียมอะไรบ้าง

เอกสารจดแจ้ง อย. คลิปบอร์ดและกระปุกครีม PANYACOSMO บนโต๊ะสีขาว

เครื่องสำอางทุกชิ้นที่ขายในประเทศไทยต้องจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนวางขาย ไม่มีข้อยกเว้นแม้จะทำขายเองเล็ก ๆ ทางออนไลน์ก็ตาม ครีมบำรุงผิว เซรั่ม โลชั่น สบู่ ยาสระผม ล้วนอยู่ในข่ายทั้งหมด บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าต้องเตรียมอะไรและมักติดตรงไหน

ทำไมต้องจดแจ้ง

เหตุผลตรงไปตรงมาคือมันเป็นข้อกำหนดตามกฎหมาย การขายเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้งมีโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง และในทางปฏิบัติ แพลตฟอร์มขายของออนไลน์รายใหญ่ก็ขอเลขที่ใบรับจดแจ้งก่อนให้เปิดร้านขายหมวดนี้อยู่แล้ว

มองอีกมุม การจดแจ้งคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าเชื่อใจได้ว่าของที่ซื้อไปมีคนรับผิดชอบจริง ๆ ในตลาดที่มีของไม่มีที่มาเยอะ เลขจดแจ้งบนฉลากคือจุดต่างที่ลูกค้าดูเป็น

สิ่งที่ต้องเตรียม

เอกสารหลัก ๆ มีไม่กี่กลุ่ม แต่แต่ละกลุ่มต้องถูกต้องจริง ๆ ไม่ใช่กรอกพอผ่าน

1. ข้อมูลผู้จดแจ้ง

คุณจะจดในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ ถ้าเป็นบริษัทต้องมีหนังสือรับรองบริษัท ถ้าเป็นบุคคลก็ใช้บัตรประชาชน จุดที่ต้องคิดให้ดีตั้งแต่ต้นคือ ใบจดแจ้งจะอยู่ในชื่อใคร เพราะคนที่ถือใบนี้คือผู้รับผิดชอบสินค้าตามกฎหมาย และมีผลตอนคุณอยากย้ายโรงงานในอนาคต

2. ข้อมูลสูตร

ต้องระบุส่วนประกอบทั้งหมดพร้อมสัดส่วน โดยใช้ชื่อสากล (INCI Name) ไม่ใช่ชื่อทางการค้า ส่วนนี้ปกติโรงงานผู้ผลิตเป็นคนจัดเตรียมให้ เพราะเป็นข้อมูลที่โรงงานมีอยู่แล้ว

3. ข้อมูลผู้ผลิต

ต้องระบุว่าผลิตที่ไหน และโรงงานนั้นต้องมีมาตรฐานตามที่กำหนด ถ้าผลิตกับโรงงานที่ได้มาตรฐานอยู่แล้ว ส่วนนี้จะไม่มีปัญหาอะไร

4. ฉลาก

ตรงนี้แหละที่คนติดมากที่สุด ฉลากต้องมีข้อมูลครบตามที่กฎหมายกำหนด และที่สำคัญกว่านั้นคือ ต้องไม่มีข้อความที่ใช้ไม่ได้

ข้อความบนฉลากที่ทำให้ไม่ผ่าน

หลักการง่าย ๆ คือเครื่องสำอางคือของใช้ภายนอก ห้ามสื่อว่ารักษาโรคหรือเปลี่ยนโครงสร้างร่างกาย ข้อความที่มักโดนตีกลับ เช่น

  • อ้างการรักษา — “รักษาสิว” “รักษาฝ้า” “หายขาด” กลุ่มนี้คือคำของยา ไม่ใช่เครื่องสำอาง
  • เกินจริงหรือรับประกันผล — “ขาวถาวร” “เห็นผล 100%” “ขาวใน 3 วัน”
  • สื่อว่าเปลี่ยนโครงสร้างผิว — “ยกกระชับถาวร” “เปลี่ยนสีผิวถาวร”
  • เทียบกับการทำหัตถการ — “เหมือนฉีดโบท็อกซ์” “แทนการเลเซอร์”
  • อ้างว่าปลอดภัยแบบสัมบูรณ์ — “ไม่มีสารเคมี” “ปลอดภัย 100%”

สิ่งที่ใช้ได้คือคำที่บรรยายสิ่งที่เครื่องสำอางทำได้จริง เช่น ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น สังเกตว่าคำเหล่านี้พูดถึง “ลักษณะที่มองเห็น” ไม่ใช่ “การรักษา”

ข้อควรรู้ที่คนมักพลาด

หนึ่งสูตรหนึ่งจดแจ้ง

ถ้าคุณมีครีม 3 สูตร ก็คือ 3 การจดแจ้ง ไม่ใช่จดครั้งเดียวครอบทั้งแบรนด์ และถ้าเปลี่ยนสูตรทีหลังแบบมีนัยสำคัญ ก็ต้องจดใหม่

เปลี่ยนชื่อการค้าต้องจดใหม่

สูตรเดิมเป๊ะ แต่เปลี่ยนชื่อสินค้า ก็นับเป็นรายการใหม่ ดังนั้นควรเคาะชื่อให้นิ่งก่อนจะดีที่สุด

ใบจดแจ้งมีวันหมดอายุ

ไม่ใช่จดครั้งเดียวใช้ตลอดชีพ ต้องต่ออายุตามรอบ ถ้าปล่อยขาดแล้วยังขายอยู่ก็เท่ากับขายของที่ไม่ได้จดแจ้ง ควรตั้งเตือนไว้ล่วงหน้า

ฉลากจริงต้องตรงกับที่จดแจ้ง

ถ้าตอนจดแจ้งส่งฉลากแบบหนึ่ง แต่ตอนขายพิมพ์อีกแบบ อันนี้มีปัญหาได้ การแก้ข้อความบนฉลากหลังจดแจ้งแล้วต้องแจ้งแก้ไขด้วย

ลำดับที่ควรทำเพื่อไม่ให้เสียเวลา

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือทำอาร์ตเวิร์กฉลากสวยงามเสร็จสรรพ ส่งโรงพิมพ์เรียบร้อย แล้วค่อยมารู้ว่าข้อความใช้ไม่ได้ ต้องรื้อใหม่ทั้งหมด

ลำดับที่ประหยัดเวลากว่าคือ

  1. สูตรเริ่มนิ่งแล้ว เคาะชื่อสินค้าให้ชัด
  2. ร่างข้อความบนฉลากเป็นข้อความเปล่า ๆ ก่อน แล้วให้คนที่ดูแลจดแจ้งตรวจ
  3. ข้อความผ่านแล้วค่อยเอาไปออกแบบเป็นอาร์ตเวิร์ก
  4. ยื่นจดแจ้งคู่ขนานไปกับการเตรียมผลิต
  5. ได้เลขจดแจ้งแล้วค่อยสั่งพิมพ์ฉลากจริง

ทำตามลำดับนี้จะไม่ต้องแก้อาร์ตเวิร์กซ้ำ และไม่ต้องพิมพ์ฉลากทิ้ง

ให้โรงงานช่วยดีกว่าไหม

ทำเองได้ ระบบยื่นออนไลน์เปิดให้ใช้อยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติคนส่วนใหญ่ให้โรงงานช่วย เพราะข้อมูลสูตรและข้อมูลผู้ผลิตอยู่ที่โรงงานอยู่แล้ว และคนที่ทำเรื่องนี้ประจำจะรู้ว่าข้อความแบบไหนผ่านหรือไม่ผ่านโดยไม่ต้องลองผิดลองถูก

สิ่งที่ควรถามให้ชัดคือ ใบจดแจ้งจะอยู่ในชื่อคุณหรือชื่อโรงงาน เพราะมีผลตอนคุณอยากย้ายที่ผลิตในอนาคต ถ้าใบอยู่ในชื่อโรงงาน คุณจะย้ายไม่ได้ง่าย ๆ

PANYACOSMO ดูแลเรื่อง อย. ให้

PANYACOSMO จดแจ้ง อย. ให้ครบทุกสูตรที่ผลิต ตั้งแต่ช่วยตรวจข้อความบนฉลากตั้งแต่ยังเป็นดราฟต์ ไปจนถึงยื่นเอกสารและติดตามจนได้เลขจดแจ้ง คุณจะได้ไม่ต้องมาลุ้นว่าฉลากที่ออกแบบไว้จะใช้ได้หรือเปล่า

มีคำถามเรื่องจดแจ้งหรืออยากให้ช่วยดูข้อความฉลาก ทักมาได้ที่ LINE Official หรือโทร 02-114-7416