คนที่เพิ่งเริ่มทำแบรนด์ครีมมักโฟกัสไปที่สูตรเป็นหลัก แล้วค่อยมาคิดเรื่องจำนวน บรรจุภัณฑ์ และการวางแผนทีหลัง ซึ่งเป็นลำดับที่ทำให้เจ็บตัวได้ง่าย เพราะสามเรื่องนี้ผูกกันแน่นและตัดสินว่าโปรเจกต์จะไปรอดหรือจมทุนตั้งแต่ล็อตแรก บทความนี้ว่าด้วยเรื่องที่ควรวางแผนก่อนกดสั่งผลิต
MOQ คืออะไร ทำไมถึงต้องมี
MOQ (Minimum Order Quantity) คือจำนวนขั้นต่ำที่ต้องสั่งต่อรอบการผลิต ทุกโรงงานมีตัวเลขนี้ และมันไม่ได้มีไว้กลั่นแกล้งคนตัวเล็ก
เหตุผลคือการผลิตหนึ่งรอบมีต้นทุนคงที่ที่เกิดขึ้นเท่ากันไม่ว่าจะผลิตมากหรือน้อย ทั้งการเตรียมเครื่อง การล้างทำความสะอาดก่อนและหลัง การตรวจคุณภาพ และเวลาของคน ถ้าผลิตน้อยเกินไป ต้นทุนเหล่านี้เฉลี่ยต่อชิ้นจะสูงจนไม่มีใครได้ประโยชน์
สิ่งที่ควรรู้คือ MOQ ของ “เนื้อครีม” กับ “บรรจุภัณฑ์” เป็นคนละตัวเลขกัน และบ่อยครั้ง MOQ ของบรรจุภัณฑ์นี่แหละที่เป็นตัวบังคับจำนวนจริง ๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นงานสั่งทำหรือมีพิมพ์โลโก้
สั่งเยอะไว้ก่อนไม่ได้แปลว่าคุ้ม
ตรรกะที่ฟังดูสมเหตุสมผลคือ “สั่งเยอะ ต้นทุนต่อชิ้นถูกลง ก็ควรสั่งเยอะสิ” ซึ่งถูกแค่ครึ่งเดียว
สิ่งที่คนลืมคิดคือ
- ครีมมีวันหมดอายุ — ของที่ขายไม่ทันคือของที่ต้องทิ้ง ไม่ใช่ทรัพย์สินที่รอขายได้เรื่อย ๆ
- เงินจม — เงินที่อยู่ในสต๊อกคือเงินที่เอาไปทำการตลาดไม่ได้ ทั้งที่ช่วงเริ่มต้นการตลาดสำคัญกว่า
- คุณอาจอยากแก้สูตร — พอขายจริงแล้วลูกค้าฟีดแบ็กมา คุณอาจอยากปรับ ถ้ามีของค้างเยอะจะปรับไม่ได้
- ค่าเก็บ — ครีมต้องเก็บในที่ไม่ร้อนและไม่โดนแดด ไม่ใช่กองไว้ที่ไหนก็ได้
คำแนะนำที่ตรงไปตรงมาคือ ล็อตแรกสั่งเท่าที่มั่นใจว่าขายหมดในเวลาที่สมเหตุสมผล ถือว่าล็อตแรกคือการซื้อข้อมูล ไม่ใช่การซื้อของถูก พอรู้ว่าขายได้จริงเดือนละเท่าไหร่ค่อยขยับจำนวนขึ้น ตอนนั้นคุณจะสั่งเยอะได้อย่างสบายใจเพราะมีตัวเลขจริงรองรับ
บรรจุภัณฑ์ — จุดที่ทำให้งานเลื่อนบ่อยที่สุด
ถ้าถามว่าอะไรทำให้แบรนด์เปิดตัวไม่ทัน คำตอบมักไม่ใช่ตัวครีม แต่เป็นบรรจุภัณฑ์
ของมีสต๊อก กับ ของสั่งทำ
บรรจุภัณฑ์แบ่งหยาบ ๆ ได้สองแบบ
แบบมีสต๊อก คือทรงมาตรฐานที่มีของพร้อมอยู่แล้ว เลือกได้เลย ได้เร็ว จำนวนขั้นต่ำไม่สูง เหมาะกับล็อตแรกมาก คุณยังทำให้ดูเป็นแบรนด์ตัวเองได้ด้วยฉลากและกล่อง
แบบสั่งทำ คือขึ้นแม่พิมพ์เอง ได้ทรงเฉพาะไม่ซ้ำใคร แต่ใช้เวลานานกว่ามาก จำนวนขั้นต่ำสูงกว่ามาก และมีค่าแม่พิมพ์ตั้งต้น เหมาะกับตอนที่ขายจนมั่นใจแล้วเท่านั้น
สำหรับล็อตแรก เกือบทุกกรณีควรเริ่มจากของมีสต๊อก แล้วเก็บงบไปทำการตลาดแทน ลูกค้าตัดสินใจซื้อจากภาพรวมของแบรนด์ ไม่ใช่จากการที่กระปุกเป็นทรงพิเศษ
เลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อครีม
ไม่ใช่แค่เรื่องสวย แต่เป็นเรื่องใช้ได้จริง
- ขวดปั๊ม — เหมาะกับเนื้อเหลวถึงข้นปานกลาง สะอาดเพราะมือไม่สัมผัสเนื้อ แต่เนื้อข้นมากจะปั๊มไม่ขึ้น
- หลอดบีบ — ใช้ได้กับเนื้อหลายแบบ พกพาง่าย ต้นทุนไม่สูง เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยสำหรับคนเริ่มต้น
- กระปุก — ดูพรีเมียม เหมาะกับเนื้อข้น แต่ต้องใช้นิ้วตัก ทำให้ปนเปื้อนง่ายกว่า และครีมเสื่อมเร็วกว่าถ้าสูตรไม่ได้ออกแบบมารองรับ
- ขวดหยด — เหมาะกับเซรั่ม คุมปริมาณได้ ดูพรีเมียม แต่ใช้กับเนื้อข้นไม่ได้
- ระบบสุญญากาศ — อากาศเข้าไม่ได้เลย เหมาะกับสูตรที่มีสารไวต่ออากาศ ต้นทุนสูงกว่าแบบอื่น
และอย่าลืมว่าสารบางตัวไวต่อแสง ถ้าสูตรมีตัวพวกนี้ บรรจุภัณฑ์ใสสวย ๆ อาจทำให้ครีมเสื่อมก่อนหมดอายุ ต้องใช้แบบทึบแสงแม้จะดูไม่หรูเท่า
ต้นทุนที่คนมักลืมนับ
เวลาคิดต้นทุนต่อชิ้น หลายคนนับแค่ค่าครีมกับค่ากระปุก แล้วตกใจทีหลังว่าทำไมกำไรหายไปหมด สิ่งที่ต้องนับด้วยมี
- ฉลากและกล่อง รวมค่าออกแบบ
- ค่าจดแจ้ง อย. ต่อสูตร
- ค่าขนส่งจากโรงงานมาหาคุณ
- ค่าเก็บของ
- ค่าส่งถึงลูกค้าและค่าแพ็ก
- ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มถ้าขายออนไลน์
- ของเสียและของแถม ตัวอย่างที่แจก รีวิวเวอร์
- ค่าการตลาด ซึ่งช่วงเริ่มต้นมักเป็นก้อนใหญ่สุด
รายการท้าย ๆ นี่แหละที่ทำให้แผนพัง ไม่ใช่ค่าเนื้อครีม
ลำดับที่ควรทำ
ถ้าจะสรุปเป็นลำดับที่เสี่ยงน้อยที่สุดสำหรับคนเริ่มต้น
- ชัดเรื่องลูกค้าก่อน — ขายใคร แก้ปัญหาอะไร ขายทางไหน
- เลือกสูตรจากที่มีอยู่ — เร็วกว่าและเสี่ยงน้อยกว่าพัฒนาใหม่ตั้งแต่ต้น
- เลือกบรรจุภัณฑ์แบบมีสต๊อก — เก็บงบไว้ทำการตลาด
- ล็อตแรกเอาแค่พอขายหมดในเวลาสมเหตุสมผล — ถือเป็นการซื้อข้อมูล
- ขายจริง เก็บฟีดแบ็ก — ฟังว่าลูกค้าบ่นอะไรและชอบอะไร
- ค่อยขยับ — พอมีตัวเลขจริงแล้วค่อยเพิ่มจำนวน ปรับสูตร หรือลงทุนกับบรรจุภัณฑ์เฉพาะ
แบรนด์ที่โตได้ส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากการทุ่มหมดหน้าตักในล็อตแรก แต่เริ่มเล็ก เรียนรู้เร็ว แล้วค่อยขยายเมื่อรู้แล้วว่าอะไรได้ผล
คุยแผนกับ PANYACOSMO
PANYACOSMO ดูแลตั้งแต่สูตร บรรจุภัณฑ์ จดแจ้ง อย. ไปจนถึงผลิตและบรรจุ จบในที่เดียว ถ้าคุณบอกได้ว่ามีงบประมาณคร่าว ๆ เท่าไหร่ อยากได้สินค้าแบบไหน และตั้งใจขายทางไหน เราช่วยดูให้ได้ว่าควรเริ่มที่จำนวนเท่าไหร่ ใช้บรรจุภัณฑ์แบบไหน ถึงจะไม่จมทุนตั้งแต่ล็อตแรก
ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด ทาง LINE Official หรือโทร 02-114-7416
